Skip to main content

carbon footprint [รอยเท้าคาร์บอน]

Letter: 
c

เป็นข้อมูลประมาณของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบุคคล องค์กร หรือกิจกรรม ซึ่งได้จากผลรวมของกิจกรรมสองประเภท คือ Primary Footprint คือ ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง อันเนื่องมาจากการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอซซิล  การขนส่ง การเดินทางโดยเครื่องบิน เป็นต้น และ Secondary Footprint คือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการบริโภคผลิตภัณฑ์ โดยประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของแต่ผลิตภัณฑ์ ตลอดวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ การขนส่ง การประกอบชิ้นส่วน การใช้งาน และการจัดการซากผลิตภัณฑ์หลังใช้งาน [ดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน "life cycle assessment"] โดยการคำนวณรอยเท้าคาร์บอนทั้งสองประเภทจะทำออกมาในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (นิยมใช้หน่วยกิโลกรัมหรือตัน)

คำนิยามอื่นๆของรอยเท้าคาร์บอน คือ ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมดที่มาจากการกระทำของมนุษย์แต่ละคนในระยะเวลา 1 ปี (ซึ่งรวมถึงการปล่อยออกมาผ่านการใช้พลังงานด้วย) นิยามนี้ให้ความสำคัญเรื่องของการคำนวณปริมาณคาร์บอนของแต่ละบุคคล ซึ่งมาจากแนวความคิดที่ว่ารอยเท้านี้เป็นสิ่งที่มาจากการกระทำของมนุษย์ทุกคนรวมกัน รอยเท้าคาร์บอนอาจจะพิจารณาเฉพาะการปล่อยโดยตรงอย่างเดียว (คำนวณจากปริมาณพลังงานที่ใช้ในครัวเรือนและการขนส่ง รวมไปถึงการเดินทางด้วยรถยนต์ เครื่องบิน รถไฟ หรือการขนส่งสาธารณะอื่นด้วย) หรืออาจจะรวมเอาการการปล่อยทางอ้อมไว้ด้วยก็ได้ (รวมปริมาณแก๊สคาร์บอสได้ออกไซด์ที่เป็นผลมาจากสินค้าและบริการที่บริโภคในแต่ละวัน) การคำนวณจากล่าขึ้นบนจะให้ผลรวมเป็นปริมาณแก๊สคาร์บอสไดออกไซด์ที่แต่ละคน ปล่อยออกมาจากกิจกรรมของตัวเอง

การประเมินรอยเท้าคาร์บอนมีประโยชน์ในแง่

  • แสดงปริมาณของก๊าซเรือนกระจกที่มาจากผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้น
  • รับทราบผลกระทบของแต่ละขั้นตอนในการผลิตผลิตภัณฑ์ ทำให้สามารถที่จะแจกแจงและดำเนินการวางแผนกลยุทธ์ในการลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต
  • สำหรับใช้ในการติดฉลากคาร์บอนบนสินค้า เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภคได้เลือกสินค้าที่มีส่วนช่วยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • สำหรับใช้ในการชดเชยคาร์บอนของบุคคลหรือองค์กร เพื่อที่จะช่วยสนับสนุนให้มีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในที่อื่น ที่มาชดเชยให้กับกิจกรรมของตัวเอง