"รวมพลคนอินทรีย์" กับเพื่อนบ้านลุ่มแม่น้ำโขง

วิฑูรย์ ปัญญากุล (4 ก.พ. 53)

งาน "รวมพลคนอินทรีย์" ของกระทรวงพาณิชย์จัดครั้งนี้เป็นปีที่ 4 ที่จัดต่อเนื่องกัน โดยในปีนี้ ได้มีการเชิญผู้นำเกษตรอินทรีย์จากประเทศเพื่อนบ้านในลุ่มแม่น้ำโขง (จีน เวียดนาม ลาว เมียนมาร์ เขมร) มาร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์เกษตรอินทรีย์ในประเทศของตัวเอง ซึ่งทำให้งานรวมพลคนอินทรีย์ปีนี้ค่อนข้างคึกคัก โดยเฉพาะในส่วนของการสัมมนา ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุม กระทรวงพาณิชย์ นอกจากนี้ ยังมีการจัดซุ้มขายสินค้าเกษตรอินทรีย์และสินค้าเพื่อสุขภาพ-สิ่งแวดล้อมต่างๆ อีกเกือบ 200 คูหาด้วย

ในส่วนของภาพรวมเกษตรอินทรีย์ในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงนี้ เกษตรอินทรีย์ในประเทศจีนดูจะมีการพัฒนาก้าวหน้ามากที่สุด เพราะมีการพัฒนาตลาดภายในประเทศไปอย่างกว้างขวาง ผนวกกับตลาดส่งออกที่มีอยู่มาก ทำให้ประเทศจีนมีพื้นที่เกษตรอินทรีย์ติดอันดับหนึ่งในห้าของโลก โดยเฉพาะตลาดเกษตรอินทรีย์ภายในประเทศที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วมาก จนหลายฝ่ายเชื่อว่า ตลาดเกษตรอินทรีย์ภายในประเทศจีนเองน่าจะใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากยุโรปและสหรัฐอเมริกา และได้แซงหน้าตลาดญี่ปุ่นแล้ว และรัฐบาลได้กำหนดกฎระเบียบเกี่ยวกับการตรวจสอบและรับรองสินค้าอย่างค่อนข้างเข้มงวด เพื่อให้การคุ้มครองกับผู้บริโภคอย่างจริงจัง

อันดับสองรองจากจีน ก็คือประเทศไทยเอง ที่มีการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ไปค่อนข้างก้าวหน้า เพราะมีทั้งการผลิตเพื่อการส่งออกและตลาดในประเทศ อีกทั้งมีระบบการตรวจสอบรับรองของภาคเอกชนที่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ ส่วนอันดับสามและสี่ น่าจะเป็นประเทศเวียดนามและลาว ซึ่งอยู่ในระดับของการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ที่ใกล้เคียงกัน โดยในเวียดนามจะมีการผลิตเกษตรอินทรีย์เพื่อการส่งออกหลายอย่าง โดยเฉพาะกุ้ง ชา และข้าว รวมทั้งเริ่มมีการพัฒนาตลาดในประเทศบางส่วนแล้ว ส่วนประเทศลาว จะมีการผลิตเกษตรอินทรีย์หลักคือ กาแฟ และผัก รวมทั้งมีการพัฒนาตลาดในประเทศไปแล้วเช่นกัน

อันดับห้า คือ ประเทศเขมร ที่เพิ่งเริ่มมีการผลิตเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเพียงไม่กี่อย่าง คือ ข้าว และน้ำตาลโตนด ส่วนอันดับหกรั้งท้ายคือ ประเทศเมียนมาร์ ซึ่งยังไม่ได้มีการเริ่มทำเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจังเท่าใดนัก

ในงานนี้ มีตัวแทนจากกรีนเนทและสมาคมการค้าเกษตรอินทรีย์ไทย ที่ได้รับเชิญให้บรรยายเกี่ยวกับสถานการณ์และโอกาสของเกษตรอินทรีย์ไทยในปัจจุบันด้วย